แนวทางการรับมือต่อผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ต่อความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กองทัพอากาศ
คำสำคัญ:
ปัญญาประดิษฐ์, ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, กองทัพอากาศบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ต่อความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของกองทัพอากาศ โดยเป็นการวิจัยเชิงเอกสาร ผลการศึกษาพบว่า AI มีผลกระทบเชิงบวกที่ช่วยยกระดับศักยภาพในการตรวจจับและรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบเรียลไทม์ รวมทั้งช่วยวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และผลเชิงลบจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น มัลแวร์อัจฉริยะและสื่อปลอม (Deepfake) ที่ทำให้ขอบเขตภัยไซเบอร์ขยายตัวมากขึ้น
ผลการวิจัยผ่านกระบวนการวิเคราะห์ SWOT และการจัดทำ TOWS Matrix แสดงให้เห็นว่า กองทัพอากาศมีจุดแข็งสำคัญคือ โครงสร้างพื้นฐาน IT ที่ค่อนข้างมีความพร้อมในงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงบุคลากรในระดับปฏิบัติการที่มีทักษะความสามารถ และได้รับการอบรมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังพบจุดอ่อนที่สำคัญ ได้แก่ การไม่มีหน่วยงานเฉพาะทางที่รับผิดชอบด้าน AI Security อย่างชัดเจน รวมถึงยังขาดแผนยุทธศาสตร์ในการบูรณาการ AI และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ขณะที่ปัจจัยภายนอกพบว่า มีโอกาสสำคัญที่เกิดจากนโยบายสนับสนุนการพัฒนา AI ของรัฐบาล และแนวโน้มความร่วมมือระหว่างประเทศที่มากขึ้น ส่วนภัยคุกคามสำคัญได้แก่ ความเร็วในการพัฒนา AI ที่รวดเร็วจนอาจทำให้กองทัพอากาศปรับตัวไม่ทัน รวมถึงการแข่งขันด้านบุคลากรที่มีความรู้สูงด้าน AI และความเสี่ยงที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลในระดับระหว่างประเทศที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของข้อมูลที่มีความอ่อนไหวทางทหาร ผู้วิจัยได้เสนอกลยุทธ์ทั้งกลยุทธ์เชิงรุก เช่น การพัฒนาและใช้งานระบบ AI เพื่อตรวจจับภัยไซเบอร์แบบเรียลไทม์ และสร้างเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาร่วมกับองค์กรภายนอก รวมทั้งกลยุทธ์เชิงรับ เช่น การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้าน AI และความมั่นคงไซเบอร์ การพัฒนาระเบียบและมาตรฐานภายในเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของ AI พร้อมทั้งการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้าน AI Security และให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและความรู้ของกำลังพลทุกระดับ
